Yumeno☆Misu View my profile

[El2] 春夏秋冬

posted on 21 Jul 2013 15:01 by misu-chan in El2
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
 
เริ่มต้นเล่าเรื่องโดยคุณพ่อของโทวะ
ตามด้วยคุณแม่ และตัวโทวะเองค่ะ
 

 
冬 ฤดูหนาว ll  春 ฤดูใบไม้ผลิ ll  夏 ฤดูร้อน ll  秋 ฤดูใบไม้ร่วง ll  年 ปี
 
 
------------------
 
 
*春 1年
มาดูสถานที่หนึ่งสัปดาห์ก่อนย้ายมาทำงานถาวร
" มาเอโนะ จิฮารุ " ผู้หญิงในร้านดอกไม้ใกล้ๆมีอะไรบางอย่างที่น่าดึงดูดอยู่
ก็เลยอาสาไปอุดหนุน แทนฝ่ายเลขาฯบ่อยๆ..
 
*夏 1年
ย้ายมาทำงานถาวรแล้ว ยังไปอุดหนุนดอกไม้ที่ร้านเรื่อยๆ
ถึงจะไม่ได้สนใจของพวกนี้เท่าไหร่แต่ก็เอามาเปลี่ยนใส่แจกันอาทิตย์ละครั้ง
ทุกครั้งที่เห็น"มาเอโนะซัง"คนนั้นก็สบายใจอย่างประหลาด
ทุกครั้งที่พบกัน เริ่มกลายเป็นช่วงเวลาดีๆ
 
 
*秋 1年
เริ่มคบกันช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ
จิฮารุดูภายนอกเหมือนเด็กที่โตมาราวกับไข่ในหินแต่จริงๆแล้วเข้มแข็งกว่าใคร
ร่างกายที่เปราะบางไม่ได้ส่งผลอะไรกับจิตใจแน่วแน่ของเธอ
สำหรับฉันที่มักจะเบื่อหน่ายกับโลกภายนอกอยู่เสมอ
เธอเปรียบเหมือนอ้อมกอดอุ่นๆที่คอยปลอบโยนให้เบาใจ
เป็นครั้งแรกที่เคยมอบความรักให้ใครมากขนาดนี้
 
------------------

 

*秋 2年
พอขอแต่งงานพร้อมแหวนวงเล็กๆ จิฮารุก็ร้องไห้ออกมา
เอาแต่ถามย้ำๆซ้ำๆว่า เป็นฉันจะดีเหรอ ทั้งสุขภาพและเงินทองตัวเองไม่ได้เพียบพร้อมเลย
ขนาดชีวิตตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินต่อไปได้นานเท่าไร
"ต่อจากนี้ไปต้องทำให้คุณคาซึอากิลำบากมากๆแน่นอน"
แค่รักก็พอแล้ว ผมก็ตอบไปแบบนั้น
 

 
*冬 2年
จิฮารุพาไปแนะนำให้ที่บ้านรู้จัก คุณพ่อดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เพราะจิฮารุยังสาวอยู่มากๆ
คัดค้านไม่ยอมรับเพราะความหวง แต่ฉันก็ไม่ยอมปล่อยมือแน่นอน ผู้หญิงที่ฉันจะรักตลอดไปในโลกนี้
ไม่เคยคิดว่าต้องก้มหัวขอร้องใครอย่างจริงจังขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แต่ที่ทำเพราะเพื่อจิฮารุ... 
"ยกลูกสาวให้ผมด้วยเถอะครับ" เนี่ย จะไม่พูดอีกเป็นครั้งที่สองแล้ว

------------------
 
 
* 春 3年
งานแต่งงานไม่ได้ถูกจัดขึ้น ไม่มีการป่าวประกาศ
มีเพียงคนสองคนที่มอบความรักและความไว้เนื้อเชื่อใจให้อีกฝ่าย
ผ่านการรับรู้ของบิดามารดาของจิฮารุ
"โอโนเอรุ จิฮารุ" ได้เริ่มมีตัวตนขึ้นมาบนโลกใบใหญ่นี้ทีละเล็กทีละน้อย
เพราะจิฮารุท้องแล้วก็เลยให้ลาออกจากงาน ถึงเจ้าตัวจะอยากทำงานต่อไปก็ตามที
ความสุขของครอบครัวที่เพียบพร้อมอบอุ่นจนกลัวว่าวันใดวันนึงมันจะหายไป


 

* 夏 3年
" ฉันอยากให้เด็กคนนี้อบอุ่นเหมือน แสงอาทิตย์ยามเช้า " 東 โท จากทิศตะวันออก
" พวกเธอคือความสุขของฉัน " 和 วะ แทนความรู้สึกนั้น
โทวะ เป็นชื่อที่เรามอบให้ชีวิตน้อยๆ ซึ่งจะเติบโตเป็นสมาชิกคนใหม่ของครอบครัว
จิฮารุยิ้มกลั้วหัวเราะแล้วบอกว่า "ตาเหมือนคุณคาซึอากิไม่มีผิด "

------------------
 
 
* 秋 7年
"โทวะ" โตขึ้นมาก โครงหน้ากับรูปจมูกถอดแบบมาจากจิฮารุ
แต่เธอก็ยังยืนยันว่าดวงตากับริมฝีปากเหมือนของฉัน
วันเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆทำให้ความสุขยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ
ความอบอุ่นของครอบครัว เป็นช่วงแรกในชีวิตที่เคยได้สัมผัส 
แต่ขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกว่าบริษัทใหญ่แปลกไป ที่ทำงานเริ่มแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่เพราะความสุขที่มีมากเกินไปเลยไม่ทันได้เอะใจว่ามันใกล้จะถึงจุดจบ

------------------
 
 
*夏 8年
"พ่อ"ที่ไม่ได้เจอกันจนแทบจะกลายเป็นคนไม่รู้จักก็ติดต่อมา
"พี่ชาย" ตัวปัญหาที่พ่อแม่แสนจะรักใคร่หนักหนาหนีไปกับผู้หญิง ทิ้งไว้ทั้งบุพการีและบริษัท
"แม่ของแกกำลังจะตายเพราะป่วย บริษัทก็ใกล้จะถึงขีดสุด...ประธานคนเก่า....พี่ชายของแกก็หายตัวไป ฉันอับอายจนไม่รู้จะทำยังไง ไม่คิดจะโผล่หน้ามาตอบแทนบุญคุณผู้ให้กำเนิดงั้นหรือ"
เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของบริษัทเครือญาติ พ่อสั่งให้หย่าเพื่อแต่งงานกับลูกสาวของบริษัทที่ว่า....
โลกนี้ช่างสกปรกและโสมม พ่อที่ตกอับเข้าหาลูกที่เกิดจากความผิดพลาด
แต่คนที่มอบโอกาสให้ตัวฉันได้ยืนอยู่ตรงนี้ ให้ตัวฉันได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น
หากไม่มีพวกเขา ฉันคงไม่ได้พบจิฮารุ ...ฉันต้องทำ

 
 
* 秋 8年
จิฮารุเหมือนดอกไม้แสนสวยอันบอบบางที่เติบโตมาอย่างเข้มแข็งท่ามกลางบ่อโคลน
เพราะมีดอกไม้เพียงดอกเดียว ฉันถึงได้หลงใหลมากกว่าอะไร
แต่กลับต้องทำร้ายเธอคนนั้นเสียเอง ฉันมันคนน่ารังเกียจ
ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่จิฮารุก็แย้มรอยยิ้มอุ่นๆมาให้เหมือนทุกครั้งแล้วพูดว่า "รักครอบครัวให้มากๆนะ"
เวลาเหลืออีกเพียงเล็กน้อย
ช่วงเวลาแสนหวานถูกเจือด้วยรสขมเฝื่อนๆ

------------------

*冬 9年
คุณพ่อโกรธใหญ่เลย นั่นเป็นสิ่งที่คิดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว
โกรธมากๆ ถึงขนาดจะสั่งไม่ให้มาเหยียบอาโอยาม่าอีก
คุณแม่ที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย
ตัวฉันเองก็เข้าใจว่าพวกท่านแสดงความรู้สึกออกมาแทนลึกๆในหัวใจของฉัน
แต่พอคุณคาซึอากิกลับไปแล้ว คุณพ่อก็ร้องไห้ออกมา เข้าใจดีว่าที่คุณคาซึอากิทำไปเพราะอะไร
ฉันเองก็คงจะไม่ยกโทษให้ตัวเองถ้าทำให้เขากลายเป็นลูกอกตัญญูจนถึงวาระสุดท้ายของมารดา
เต็มอกของฉันเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกเศร้าหมอง
แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือข้างในของฉันกำลังตะโกนว่าเขาไม่ผิดเลยสักนิด
เพราะงั้นความรู้สึกโกรธของฉัน จึงไม่ได้ก่อตัวขึ้นเลย
คุณพ่อบอกว่าท่านโกรธแทนให้แล้ว
จากนี้ไปฉันกับเขาจะกลายเป็นคนไม่รู้จักกัน
ชื่อ "โอโนเอรุ" ไม่ได้มีไว้สำหรับฉันอีกแล้ว
ไม่ได้มีไว้สำหรับ "มาเอโนะ โทวะ" ด้วย

------------------
 
 
* 春 10年
เด็กคนนี้เป็นเหมือนเทวดาตัวน้อยของฉัน
ยี่สิบสี่ชั่วโมงในแต่ละวันคงทุกข์ทรมานและว้าเหว่ แต่เพราะมีโทวะฉันก็เลยไม่เป็นไร
ครั้งแรกที่โดนถามว่า "คุณพ่อไปไหนเหรอครับ" ก็ทำเอาลำบากใจ
แต่พอบอกไปว่า "คุณพ่อต้องไปทำหน้าที่ ก็เลยอยู่กับคุณแม่ไม่ได้" ก็ไม่ถามอะไรอีก
ประหลาดใจแต่ก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของเหตุการณ์นี้แล้ว ฉันกลัวลึกๆว่าเขาจะเกลียดคุณคาซึอากิเอา....
ฉันสอนทำอาหารด้วยนิดๆหน่อยๆ ไม่คิดว่าเด็กผู้ชายจะสนใจเรื่องแบบนี้ด้วย
ฉันเองก็เคยดีใจเอามากๆเวลาได้เห็นรอยยิ้มของคนคนนั้นพร้อมกับคำว่า อร่อย
แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว แย่จังเลยนะ.....
 
* 秋 10年
อาการของฉันทรุดลงจนน่าใจหาย ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าลงเรื่อยๆ
เพราะสุขภาพแบบนี้ก็เลยไปทำงานไกลๆไม่ได้ แถมต้องมาคอยเป็นภาระให้ทุกคน
โทวะที่ใบหน้าฉายแววกังวลปนสงสัยทำให้ฉันรู้สึกว่าควรยื้อวันสุดท้ายเอาไว้

------------------

*冬 11年
คุณหมอบอกว่าโรคร้ายของฉัน ไม่สามารถรักษาได้
ภายในใจลึกๆของฉันไม่ได้ตกใจราวกับว่ารู้อยู่แต่แรก 
แล้วคุณพ่อคุณแม่เองก็เหมือนจะเป็นแบบนั้นด้วย
เหตุผลเดียวที่ฉันอยากจะดันทุรังมีชีวิตอยู่ต่อไป มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ฉันอยากจะโอบกอดเด็กคนนี้ไว้ให้นานที่สุด
แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้

------------------
 
 
* 秋 11年
มันไม่ดีขึ้นเลย แน่นอนว่าฉันรู้ตัวว่าฉันกำลังจะแย่
ในหัวของฉันว่างเปล่า ฉันรู้ว่าวันสุดท้ายใกล้เข้ามาถึง
ทุกอย่างเย็นชา หนาวเหน็บ
ร่างกายของฉันใกล้ถึงขีดสุด
เวียนหัวทุกครั้งที่ลุกขึ้นนั่ง การขยับตัวไม่ได้ดั่งใจ อาการป่วยเล็กๆน้อยๆเรื้อรัง
โลกเริ่มดูหม่นๆ สายระโยงระยางดูไม่ต่างอะไรกับโซ่ตรวน ลมหายใจของฉันขาดช่วงทีละนิด
ในใจได้แต่คร่ำครวญว่าไม่อยากจากไปแม้ต้องเจออะไรก็ตาม
มันหนักมากสำหรับโทวะที่ต้องแบกรับความทรงจำเหล่านี้
แต่การแบกรับอาการป่วยเหล่านี้ก็หนักมากเช่นกัน
สำหรับฉัน มันเจ็บปวด..มากๆเลย

------------------
 
 
*夏 12年
เดือนสิงหาคมเป็นช่วงเวลาปิดเทอม เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆชอบที่สุด
เสียงจิ้งหรีดของหน้าร้อนดังเป็นระยะ
เสียงเล็กๆหัวเราะเริงร่าทำให้ดูเป็นหน้าร้อนที่มีความสุข
หากแต่เสียงที่ผมได้ยินชัดเจนที่สุดในหัว
คือเสียงอุปกรณ์การแพทย์ในห้องสีขาวเล็กๆ
และเสียงของคุณแม่ ที่กระแอมไอไม่หยุด
หัวใจของผมเต้นแรงทุกหนึ่งครั้งที่ได้ยินเสียงเครื่องวัดระดับหัวใจดัง ริมฝีปากเล็กแย้มยิ้มให้อ่อนๆบางเบา
กังวล ตกใจ เศร้า อีกหลายร้อยความรู้สึกที่ผมเองก็ยังไม่เข้าใจ
ได้แค่กุมมือคุณแม่ไว้ ฟันขบริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
หวาดกลัวการย่างก้าวเข้ามาของวินาทีสุดท้ายทุกลมหายใจ
 
"โทวะ"

เสียงแผ่วๆของคุณแม่ที่เรียกชื่อของผมบีบคั้นในอกจนเจ็บ
คุณแม่ลูบหัวผมเบาๆ
 
"แม่กับพ่อ... รักโทวะมากนะ..."
 
ดวงตาคู่สวยมองผมเหมือนต้องการคำตอบ เสียงสั่นเครือของผม
ได้แต่หวังว่ามันจะส่งไปถึงข้างในใจของคุณแม่ อุณหภูมิในตัวเปลี่ยนแปลงไปมาด้วยความสับสน
 

"ผมก็รักคุณแม่..รักคุณพ่อด้วยครับ"
 
"เด็กดี" คุณแม่ยิ้มออกมา
 
 

มือเรียวผ่อนแรงลงก่อนที่ดวงตาจะปิดสนิทลงไปและไม่ลืมขึ้นมาอีกเลย
 
 

ไม่มีวัน
 

 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

小野江留一昭
โอโนเอรุ คาซึอากิ
 
เพราะเป็นลูกที่เกิดจากความผิดพลาดจึงไม่ได้รับความรัก
ถูกพี่ชายที่ได้รับการประคบประหงมแย่งทุกอย่างไป
หลังเรียนจบทางบ้านส่งให้มาดูแลสาขาย่อยของบริษัทตัวเองที่อาโอยาม่า
แต่ยังคงทำงานอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณลุง
วันหนึ่งในหน้าหนาวก่อนงานพบปะคู่ค้า
แวะไปซื้อของขวัญตามมารยาทที่ร้านดอกไม้แทนฝ่ายเลขาฯ
ก่อนที่จะพบกับหญิงสาวที่เขาตกหลุมรักหมดทั้งหัวใจ
 
หลังจากหย่ากับ มาเอโนะ จิฮารุ
คาซึอากิขึ้นรับตำแหน่งแทนพี่ชายในเวลาต่อมา
เขาแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของบริษัทพันธมิตร
มีลูกชายหนึ่งคนเป็นอันจบเรื่องการสืบสกุล
ความสัมพันธ์ของเขากับภรรยาใหม่เป็นเพียง'หน้าที่'เท่านั้น
นิ้วนางข้างซ้าย ยังคงสวมแหวน'วงแรก'อยู่

前野千春
มาเอโนะ จิฮารุ
 
เป็นโรคเลือดจางมาตั้งแต่เกิด สุขภาพไม่ดีเอาเสียเลย
ช่วงไหนมีโรคระบาดก็มักจะรับเชื้อเข้ามาด้วยหมด
ก่อนหน้านี้ได้ทุนไปเรียนต่อด้านพฤกษ์ศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยในโตเกียว
หากแต่สภาพแวดล้อมไม่อำนวยกับปัญหาสุขภาพ
สุดท้ายจึงต้องล้มเลิกและกลับมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่อาโอยาม่า
 
เพราะไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆและไม่อยากรู้สึกเป็นภาระ
ก็ขอไปช่วยงานที่ร้านดอกไม้ไม่ไกลจากบ้านนัก
เพราะแบบนั้นจึงทำให้ร้านมีลูกค้าประจำเพิ่มหนึ่งคน
 

東和
โทวะ
 
เปลี่ยนมาใช้นามสกุลคุณแม่ตอน 7 ขวบ
หลังจากคุณแม่เสียไปไม่นานคุณตาก็ตามไปด้วยโรคชรา
ทุกๆอย่างหายไปภายในเวลาสั้นๆจนน่าใจหาย
แต่คุณยายก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะประคับประคองโทวะต่อไป 
ทุกๆวันค่อยๆผ่านไปอย่างช้าๆ โทวะเริ่มเข้าครัว ซึมซับความรู้สึก ความทรงจำที่เจืออยู่ในห้องเล็กๆห้องนั้น
โทวะใช้เวลาในครัวอยู่กับตัวเอง และกลิ่นอายของคุณแม่
 
มูลนิธิที่อยู่ใกล้ๆต้องปิดตัวลง คุณยายอาสารับเด็กๆมาเลี้ยงที่บ้าน
โทวะเริ่มขวนขวายเรียนอย่างจริงจังตอนมัธยมต้น
ได้รับความช่วยเหลือจากคุณครูของโรงเรียนละแวกนั้นหาข้อมูลเรื่องโรงเรียนมัธยมปลายที่เหมาะกับเจ้าตัว
 หลังจากนั้นก็เข้าเรียนที่เซย์งาสึ
 
 
 
 
東和君へ
 
幸せなりますように
いい年なりま&